เงินสกุลดิจิทัลมีความน่าเชื่อถือหรือไม่

เงินสกุลดิจิทัลมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ปัจจุบัน เงินสกุลดิจิทัลเป็นเงินที่ยังไม่ได้รับการรับรองโดยรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ รวมถึงไม่มีการใช้สินทรัพย์เช่น ทองคำ หรือตราสารมาค้ำประกัน ดังเช่นการพิมพ์ธนบัตรของสกุลเงินประเทศต่างๆ โดยที่ราคาหรือมูลค่าของเงินสกุลดิจิทัลนั้นจะขึ้นลงตามอุปสงค์และอุปทาน ถือเป็นกลไกตลาดอย่างแท้จริง ผู้สนใจเงินสกุลดิจิทัลนั้นมีหลากหลาย ตั้งแต่การทดลองเล่นกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการเงินด้วยความอยากรู้อยากเห็น การขุดเหมือง (ร่วมผลิตเงินสกุลดิจิทัล) เพื่อหวังผลตอบแทน การใช้เงินสกุลดิจิทัลเป็นทางเลือกในการเก็บเงิน การลงทุนระยะสั้นและระยะยาวเพื่อหวังกำไร หรือแม้แต่การลงทุนกับกลุ่มสตาร์ทอัพที่ระดมทุนแบบ Initial Coin Offering…

โลกมีการกำกับดูแลเงินสกุลดิจิทัลหรือไม่อย่างไร

โลกมีการกำกับดูแลเงินสกุลดิจิทัลหรือไม่อย่างไร ในขณะที่เงินสกุลดิจิทัลมีอัตราการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง และมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบรุนแรง (disrupt) กับธุรกิจการเงินทั่วโลก ประเทศต่างๆ มีการออกนโยบายหรือมาตรการการกำกับที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ค่อนข้างเปิดกว้างยอมรับเงินสกุลดิจิทัล ค่อนข้างระมัดระวังหรืออยู่ระหว่างการออกกฎกติกาการกำกับดูแล ไปจนถึงปิดกั้นการมาถึงของเงินสกุลดิจิทัล โดยมีตัวอย่างที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ สวิสเซอร์แลนด์ มีท่าทีเปิดกว้างต่อเงินสกุลดิจิทัล โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนสมาคมเอกชนในชื่อ The Crypto Valley Association ที่ดำเนินการอยู่ในประเทศ และสวิสเซอร์แลนด์ดึงดูดสตาร์ทอัพที่ใช้เทคโนโลยีบล็อคเชนจากนอกประเทศเข้าไปทำธุรกิจ…

เงินสกุลดิจิทัลคืออะไร

รู้จักกับเงินสกุลดิจิทัล (Getting to Know Cryptocurrency) ข่าวสารเทคโนโลยีในต้นปีนี้ คงจะไม่มีอะไรที่เด่นเกินเรื่องของเงินสกุลดิจิทัล ซึ่งมีผู้พึงพอใจเยอะมากๆ ว่าเงินสกุลดิจิทัลเป็นยังไง มีเงินสกุลดิจิทัลอะไรบ้าง เงินพวกนี้น่าไว้ใจไหม โลกมีการควบคุมดูแลเงินสกุลดิจิทัลไหมเช่นไร แล้วก็เมืองไทยมีทิศทางเช่นไรต่อเรื่องเงินสกุลดิจิทัล วันนี้พวกเราก็เลยมาทำความรู้จักกับเงินสกุลดิจิทัลกัน เงินสกุลดิจิทัลเป็นอย่างไร ในตอนนี้ยังกำเนิดความรู้ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากมหาชนโดยส่วนมากเกี่ยวกับเงินสกุลดิจิทัล ดังนี้แม้จะชี้แจงโดยสรุป ระบบเงินสกุลดิจิทัลเริ่มจากการพัฒนาระบบการโอนเงินที่ชุมชนด้วยกันปฏิบัติงาน โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้สถาบันการเงินหรือหน่วยงานใดเป็นตัวกึ่งกลางสำหรับการตรวจดูรวมทั้งบันทึกข้อมูลการโอนเงิน ถ้าเกิดแม้กระนั้นทุกคนสามารถสมัครใจมีส่วนร่วมโดยการนำคอมพิวเตอร์ของตัวเองมาร่วมทำงานในระบบนี้ผ่านโครงข่ายอินเตอร์เน็ต โดยเมื่อต้นทางสั่งโอนเงินไปยังจุดหมาย คอมพิวเตอร์ของทุกคนในระบบจะมองเห็นคำบัญชาดังที่กล่าวถึงแล้ว แล้วก็ช่วยเหลือกันพิจารณาว่าการสั่งโอนดังที่กล่าวมาแล้วมาจากต้นทางที่จริงใช่หรือไม่ แล้วก็ต้นทางมีเงินพอเพียงไหม ซึ่งแนวทางการตรวจตราจะให้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในโครงข่ายแข่งขันกันคำนวณเพื่อตรวจทานความถูกต้องแน่ใจ รวมทั้งเครื่องใดทำเป็นก่อนที่จะได้รางวัลเป็นเหรียญในสกุลเงินดิจิทัล และก็ข้อมูลที่ตรวจดูเสร็จแล้ว จะถูกนำไปเก็บเอาไว้ในรายการเรื่องราวธุรกรรมที่เป็นบล็อกศาสนาเชน (Block Chain) ซึ่งเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดเก็บแบบเรียงลำดับถัดไปเรื่อยเป็นลำดับของการเกิดขึ้นของธุรกรรม และก็ข้อมูลเรื่องราวธุรกรรมนี้จะถูกเก็บเอาไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่สมัครใจมาร่วมในเครือข่ายสกุลเงินนี้ จากวิธีการพื้นฐานนี้ จะมองเห็นได้ว่าระบบเงินสกุลดิจิทัล ใช้เบื้องต้นของการจัดเก็บประวัติความเป็นมาธุรกรรมแบบบล็อกศาสนาเชน (Block Chain) ซึ่งระบบจัดเก็บนี้ เมื่อนำข้อมูลมาเรียงต่อกันเป็นลำดับธุรกรรมแล้ว จะมีผลให้มีการปรับปรุงแก้ไขเรื่องราวย้อนไปได้ยากมากมาย เพราะว่านอกเหนือจากจำต้องปรับแก้ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่เก็บข้อมูลให้ตรงกันแล้ว การจะปรับแก้จำนวนที่เป็นดรรชนีสำหรับในการชี้ลำดับข้อมูลที่เก็บไว้ให้เป็นตัวเลขชุดใหม่ก็ทำเป็นยากมากมายในทางคณิตเหมือนกัน ซึ่งในกรณีของบิทรอน์ ได้เป็นตัวสิ่งแรกๆที่บอกให้เห็นถึงการนำการจัดเก็บข้อมูลแบบบล็อกศาสนาเชน (Block Chain) มาปรับใช้ในวงกว้าง ยิ่งไปกว่านี้ระบบเงินสกุลดิจิทัลยังให้รางวัลกับผู้เข้าร่วมการตรวจดูความถูกต้องชัดเจนของธุรกรรม เป็นเหรียญของสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งกรรมวิธีนี้เป็นสิ่งที่เรียกว่าการขุดเหมือง (mining) ซึ่งเป็นสิ่งจูงใจให้มีผู้มาร่วมเชื่อมต่อกับโครงข่ายรวมทั้งนำทรัพยากรอีกทั้งการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เครื่องมืออุปกรณ์ การใช้กระแสไฟ แล้วก็พื้นที่จัดเก็บข้อมูล มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของโครงข่ายสำหรับเพื่อการประเมินผลและก็จัดเก็บข้อมูลธุรกรรม ฉะนั้นค่าของสกุลเงินดิจิทัลในมุมหนึ่งก็เลยสังกัดเงินลงทุนของทรัพยากรที่จะเอามาร่วมใช้สำหรับในการดำเนินงานให้กับโครงข่ายด้วยด้วยเหมือนกัน สำหรับสิ่งที่ทำให้เกิดเงินสกุลดิจิทัลที่เพิ่งมาเป็นหลักสำคัญร้อนในตอนปีให้หลังนั้น สามารถย้อนกลับไปได้เป็นสิบปี โดยในตอนปี คริสต์ศักราช 1998-2009 ก็เริ่มมีแนวความคิดแล้วก็ความอุตสาหะที่จะสร้างเงินสกุลดิจิทัลที่ทำให้ไม่เป็นอันตรายได้ด้วยเทคโนโลยีการเข้ารหัส ยกตัวอย่างเช่น B-Money และก็ Bit Gold อย่างไรก็แล้วแต่เงินสกุลดิจิทัลนี้ จัดว่าเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี คริสต์ศักราช2008 ถึงต้นปี คริสต์ศักราช 2009 โดยคนที่มีหน้าที่เขียนโปรแกรมอัจฉริยะ (หรือกรุ๊ปนักเขียนโปรแกรม) ที่ใช้นามปากกาว่า Satoshi Nakamoto โพสต์บทความชื่อ Bitcoin – A Peer to Peer…

ปัจจัยที่น้อยคนนักที่จะรู้เกี่ยวกับคริปโต

Dogecoin แล้วก็ Shiba Inu ยังคงเป็นเหรียญดิจิทัลสายสุนัขที่ทรงอำนาจที่สุดในโลกคริปโต ประชาสัมพันธ์ (PR) เป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่ทรงอำนาจ ในโลกของคริปโตเคอเรนซี (cryptocurrency) ที่มีนัมายากลงทุนและก็เทรดเดอร์มากมายพากเพียรที่จะเป็นคนมั่งคั่งที่ยิ่งใหญ่คนถัดไป ถึงแม้ว่าจะยอมลงทุนกับสกุลเงินรูปหมาตัวท็อป ก็สามารถเป็นวิธีการที่ได้กำไรได้ในปีให้หลัง การโปรโมทที่ดีสามารถช่วยเพิ่มความน่านับถือของโทเค็นอะไรก็แล้วแต่ก็ได้ หากว่าเหรียญนั้นๆจะมองไม่น่าจะมีอะไรเลยก็ตาม เมื่อเอ่ยถึงการประชาสัมพันธ์ในโลกคริปโตฯ มั่นใจว่าร้อยอีกทั้งร้อย ผู้คนจะหันไปหาคนๆเดียวกัน จะมีคนไหนที่เก่งเรื่องประชาสัมพันธ์แล้วก็สามารถ “ชี้นกเป็นนกชี้สุนัขเป็นค่า” ได้เก่งเท่านายอีลอน มัสก์ ผู้ครอบครองบริษัทผู้ผลิตรถยนต์เทสลาอีก เว้นแต่บทความผู้สร้างรถยนต์กระแสไฟฟ้า รวมทั้งผู้ผลิตกระสวยอวกาศ เขายังเป็นฝ่ายสนับสนุนการใช้สกุลเงินดิจิทัลอย่างเต็มเปี่ยม เมื่อมีคนไปถามเขาว่าคิดอย่างไรที่ภาครัฐเพียรพยายามเข้าไปยุ่งถุงย่ามกับสกุลเงินดิจิทัล เขาก็ตอบกลับมาสั้นๆในทันทีว่า “ปลดปล่อยให้มันเป็นไป” ถ้าเกิดเอ่ยถึงการประชาสัมพันธ์ ที่มารวมกับอีลอน มัสก์ ความกล้าหาญที่นักลงทุนทั่วทั้งโลกรู้จักเขาดีก็คือเขาเป็นผู้ที่ส่งเสริมสกุลเงินดิจิทัล “โดจรอน์” (DOGE) เป็นอันมากในตอนแรก เหรียญตัวนี้เกิดขึ้นมาในฐานะสกุลเงินล้อบิทรอน์ แม้กระนั้นก็สามารถอยู่มาได้ด้วยฐานะนั้นมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ แม้เพศผู้สร้างเหรียญเองจะทิ้งโดจรอน์ของตนไปแล้ว แต่ว่าอีลอน มัสก์ กลับโอบอุ้มมันขึ้นมา และก็เพียรพยายามที่จะสร้างอนาคตให้กับมัน มาร์ก ทเวน คนเขียนคนประเทศอเมริกาที่มีชื่อเคยเขียนคำคมเอาไว้ว่า “อารมณ์ขัน เป็นพรอันดีที่สุดสุดของมนุษยชาติ” ก็เลยไม่ใช่เรื่องแปลกที่เมื่อบิทรอน์เกิดมาแล้วในปี 2009 ในปี 2013 วิศวกรโปรแกรมคอมพิวเตอร์สองคนนามใบเสร็จรับเงินลี่ มาร์คัส รวมทั้งแจ็คสัน พาล์มเมอร์ จะสร้างสกุลเงินดิจิทัลอย่างโดจรอน์ขึ้นมาเพื่อล้อเลียนบ้าง ถ้าหากว่าบิทรอน์มีผู้ผลิตเป็น “ซาโตชิ นากาโมโตะ” ที่จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดรู้ดีว่าเขา/ฝูงชนนี้เป็นผู้ใด ถ้าเช่นนั้นมาร์คัสก็จะขาเรียกตัวเองว่าเป็น “ชิบะโตชิ นากาโมโตะ” กลับมาที่อีลอน มัสก์ จะต้องสารภาพว่าเขาเป็นผู้ที่มีหน้ากากอยู่หลายหน้ามากมาย การผลิตกระแสของเขาในแต่ละแวดวง บางบุคคลก็คิดว่าเป็นคนมีวิสัยทัศน์ จากการบรรลุเป้าหมายสำหรับในการสร้างรถยนต์กระแสไฟฟ้าเทสลา (NASDAQ:TSLA) บางบุคคลก็คิดว่านี่เป็นคนวิปลาส จากการเข้าไปอุ้มเหรียญอย่างโดจรอน์ ที่มีมูลค่าจากเพียงแค่ความตลกขบขันของมนุษย์ แม้กระนั้นด้วยความรู้ความเข้าใจสำหรับในการประชาสัมพันธ์ของเขา จำเป็นต้องเห็นด้วยว่าเขาเป็นผู้ที่ทำให้โดจรอน์กลับมาเป็นที่เอ๋ยถึงอีกรอบในระยะหลังๆที่แวดวงคริปโตฯ เติบโตไปอย่างเร็ว เว้นเสียแต่อีลอน มัสก์จะรักในโดจรอน์แล้ว เขายังคุ้มครองป้องกันมันอย่างกับลูก พร้อมซัดทุกคนที่เข้ามาต่อว่าต่อขานโดจรอน์ ในเวลาเดียวกันเขาก็มอบทุนสำหรับนักปรับปรุงไปจัดแจงเปลี่ยนบล็อกศาสนาเชนของโดจรอน์ให้มีความล้ำยุคเยอะขึ้น อีลอน มัสก์คิดแผนถึงขั้นว่าจะให้โดจรอน์แค้นมาแทนที่บิทรอน์อย่างยิ่งจริงๆในทางของค่าธรรมเนียมแล้วก็กระบวนการทำธุรกรรมที่ไวกว่า ในก.ย.ปี 2021 อีลอน มักส์ ได้ประชาสัมพันธ์โดจรอน์ผ่านหมาของเขาที่มีชื่อว่า “Floki” ซึ่งเป็นหมาประเภทชิบะ อินุ ต่อไปไม่กี่เดือน ก็มีสกุลเงินดิจิทัลมากยิ่งกว่าร้อยเหรียญ ที่มีเครื่องหมาย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับหมาชิบะ อินุ (อ้างอิงจาก CoinMarketCap) เกิดมากมาย จนถึงกล่าวได้ว่าเวลานี้แม้ระลึกถึงหมาจำพวกชิบะ อินุ ก็ควรต้องคิดถึงแวดวงสกุลเงินดิจิทัลด้วย แม้กระนั้นโดจรอน์ก็ยังคงเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีถูกกล่าวถึงสูงที่สุด เมื่อระลึกถึงหมาชิบะ อินุอยู่ดี ในวันที่ 5 ธ.ค. ปัจจุบันนี้โลกของพวกเรามี สกุลเงินดิจิทัล รวมแล้วทั้งปวง 15,189 เหรียญ โดจรอน์เป็นสกุลเงินในลำดับที่ 11 ด้วยค่าหลักทรัพย์ตามตลาดทั้งหมดทั้งปวง $21,560 ล้านเหรียญสหรัฐ มีมูลค่าในเวลาที่กำลังเขียนเนื้อหาบทความนี้อยู่ที่ $0.1654 แผนภูมิรูปนี้บ่งบอกถึงขณะที่โดจรอน์ปรับนิสัยขึ้นจากระดับราคา $0.00020 ในปี 2013 ขึ้นสู่จุดสุดยอดที่ $0.6848 ในวันที่ 6 เดือนพฤษภาคมปี 2021 ถ้าหากว่าลงทุนด้วยเงิน $100 ในปี 2013 ตอนนี้เงินนั้นจะมีมูลค่ามากยิ่งกว่า $340,000 (คำนวณจากจุดสุดยอดชั่วกัลปวสาน) สิ่งที่อีลอน มัสก์ ทำให้กับโดจรอน์ นอกเหนือจากที่จะนำพาความเจริญก้าวหน้ากลับมาสู่โดจรอน์แล้ว ยังเป็นเหตุให้สกุลเงินดิจิทัลที่เป็นหมาชนิดชิบะ อินุเกิดมากมาย แล้วก็หนึ่งในสกุลเงินเงินดิจิทัลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหมาชนิดนี้ที่เด่นที่สุดก็คือเหรียญที่มีชื่อว่า ชิบะ อินุ (SHIB) เหรียญตัวนี้เป็นที่นิยมจนกระทั่งสามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ 13 ไม่ห่างจากโดจรอน์เยอะแค่ไหน ตอนวันที่ 6 ธ.ค. เหรียญชิบะ อินุมีมูลค่าหลักทรัพย์ทั้งหมดทั้งปวงมากยิ่งกว่า $18,520 เหรียญ ราคาแพงจำหน่ายทั้งหมดทั้งปวงอยู่ที่ $0.000034

นิยามของ Token กับ Coins ในแบบของ พรก.สินทรัพย์ดิจิทัลไทย

โทเคน กับ สกุลเงินดิจิทัลไม่เหมือนกันเช่นไร? สำหรับนักลงทุนที่พึ่งเริ่มเรียนเนื้อหาเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล คนจำนวนไม่น้อยเมื่อเริ่มเล่าเรียนลึกไปถึงเนื้อหาของเหรียญแต่ละเหรียญที่เปิดขายอยู่ในบอร์ดต่างๆ คนจำนวนไม่น้อยอาจเริ่มต้นสังเกตว่ามีบางโปรเจคที่สกุลเงินนั้นถูกเรียกว่า “เหรียญ” แม้กระนั้นบางโปรเจคกลับเรียก “โทเค็น” สำหรับที่สงสัยว่าสองแบบงี้แตกต่างยังไง? สิ่งนี้เป็นอย่างไร ถัดไปจะส่งผลยังไง สะสมข้อมูลมาให้ ค้นหาคำตอบได้ในเนื้อหานี้ได้เลย ขั้นแรกจำเป็นต้องบอกทางคนอ่านก่อนว่า นิยามของ Token กับ Coins ในนั้น นอกเหนือจากพวกเราจึงควรเอ่ยถึงในด้านของสิ่งที่คนทั่วทั้งโลกโดยธรรมดารู้เรื่อง กับ นิยามในแบบของ พรกรัมทรัพย์สินดิจิทัลไทย ซึ่งการแบ่งแยกทั้งยัง 2 อย่างนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง! พวกเรามาดูที่แนวทางการแบ่งประเภทโดยธรรมดากันก่อน นิยามของ Token กับ Coins ในแบบของ พรก.สินทรัพย์ดิจิทัลไทย ในด้านของพรกรัมทรัพย์สินไทยจะต่างจากมุมมองโดยปกติพอควร เนื่องจากว่าเป็นการแปลความที่เกิดขึ้นในขั้นแรกๆที่กระแส ICO กำลังมีชื่อเสียงและก็พานัมายากลงทุนเจ๊งกันเป็นแนว (ส่งผลตรวจออกมาแล้วว่า 80% ของของโปรเจคที่ระดมทุนด้วย ICO นั้นเป็นโปรเจคฉ้อโกง) Coin ในนิยามของ พรบ.ทรัพย์สินดิจิทัลไทยหมายถึงเหรียญหรือสกุลเงินดิจิทัล “ถูกทำขึ้นมาแบบเฉพาะ” สำหรับใช้สำหรับการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์หรือบริการต่างๆคล้ายกับเงิน (Currency) หรือแม้กระทั้งใช้สำหรับค้าขายเหรียญดิจิทัลสกุลอื่น โดยเหรียญที่ใช้เป็นตัวกลางที่พวกเรารู้จักมักคุ้นหน้าคุ้นหน้ากันก็คือ Bitcoin , ETH นั่นเอง Token ในนิยามของ พรบ.ทรัพย์สินดิจิทัลไทยหมายถึงDigital Token ที่ถูกผลิตขึ้นมาเป็นเสมอเหมือนตั๋วหรือแต้มสำหรับแลกเปลี่ยนหรือเข้าใช้บริการต่างๆรวมถึงการใช้เปรียบเสมือนตั๋วผ่านทางไปสู่การลงทุนหรือออกเสียงในธุรกิจในลักษณะของระบบนั้นๆสำหรับตัว Token นั้นก็จะถูกแบ่งย่อยออกมาอีก 2 จำพวก โน่นเป็น 1. โทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้คุณประโยชน์ (Utility Token) เป็นแต้มหรือเหรียญประเภทหนึ่งที่ถูกทำขึ้นบนระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อ “ระบุสิทธิ” สำหรับเพื่อการรับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ชี้เฉพาะ 2. โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) เป็นแต้มหรือเหรียญประเภทหนึ่งที่ถูกทำขึ้นบนระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อ “ระบุสิทธิ” ของบุคคลที่ครอบครองเหรียญที่มีสิทธิสำหรับในการรับ “สิทธิประโยชน์หรือการปันผล” หรือเรียกกล้วยๆว่าผู้ครองจะมีสิทธิสำหรับการรับส่วนแบ่งรายได้ รวมถึงการปันผลจากธุรกิจๆหนึ่งนั่นเอง สกุลเงินดิจิทัล สำหรับวิธีการแยกว่า Coin กับ Token นั้นไม่เหมือนกันเช่นไร ถ้าเกิดพวกเราพินิจดีๆจะมีความคิดเห็นว่าในตลาดค้าขายเงินดิจิทัลทั่วทั้งโลก หรือแม้กระทั้งในประเทศไทย จะมองเห็นได้ว่ามีทั้งยัง Coin และก็ Token โชว์ขายอยู่ผสมปนเปกันไป โดยในด้านของนักลงทุนที่จะต้องชั่งใจว่าควรที่จะทำการเลือกลงทุนในเหรียญตัวไหนเป็นหลัก? ขอเสนอแนะว่าท่านควรทำการศึกษาเรียนรู้และทำการค้นคว้าถึงระบบของโปรเจคแต่ละแบบอย่างถ้วนถี่และก็วิเคราะห์ว่าโปรเจคลักษณะใดที่แม้เปรียบเทียบเป็นลักษณะของบริษัทจริงๆตัวไหนคงจะทำอะไรได้จริงๆหรือทำเงินได้ดีมากว่า และก็อย่างที่รู้กัน Token นั้นชอบเป็นเหรียญที่ค่อนข้างจะเฉพาะลงมา ไม่ว่าจะเป็นเหรียญสำหรับซื้อขายบริการ, มีไว้ครอบครองเหมือนหุ้นหรือทรัพย์สิน , หรือแม้กระทั้งการเป็น “เครื่องไม้เครื่องมือ” ที่ใช้อวยสบายให้ผู้คนสามารถใช้เขียนระบบบนบล็อคศาสนาเชนหลักได้สบายขึ้น สิ่งกลุ่มนี้จะมีความเห็นว่าต้นเหตุที่สำคัญจริงๆต่อรองราคาก็คือ โปรเจคที่ใช้ Token ตัวนี้ไปเปลี่ยนบริการ บริษัทพวกนั้นมีความน่านับถือเพียงใด, เป็นที่นิยมมั้ย? และก็ยังรวมทั้งจะสามารถทำเงินได้จริงๆหรือไม่?…

แวดวงคริปโทฯ มองดูเฮียริ่งคุม “DeFi” หวาดหวั่นไทยเสียโอกาสปรับปรุง

แวดวงคริปโทฯ มองดูเฮียริ่งคุม “DeFi” หวาดหวั่นไทยเสียโอกาสปรับปรุง ข่าวสารวันนี้ นายกสิที่คำกล่าว เตชาหัวราชสีห์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คริปโตมายด์ แอดไวเซอปรี่ จำกัด ผู้ครองเอกสารสิทธิ์ “ที่ปรึกษาทรัพย์สินดิจิทัล” พูดว่า การห้ามไม่ให้คำปรึกษาหรือออกบทวิจารณ์ที่เกี่ยวโยงกับ DeFi จะมีผลให้เมืองไทยสูญเสียช่องทางสำหรับในการใช้งานเทคโนโลยี และก็ยังลดความสามารถสำหรับในการแข่งระหว่างชาติ ถึงแม้ว่าการที่ที่ทำการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เข้ามาดูแลการเสี่ยงของนักลงทุนนับเป็นการดี แต่ว่าอยากที่จะให้ควบคุมมากยิ่งกว่ากีดกัน ส่วนในกรณีที่มีกระแสข่าวการไตร่ตรองความน่าจะเป็นไปได้สำหรับการนำหลักเกณฑ์ต่างๆยกตัวอย่างเช่น ซีลลิ่ง-ฟลอร์ รวมทั้งการขึ้นเครื่องบินหมายแจ้งเตือนมาใช้กับตลาดคริปโทเคอเรนซีในไทยนั้น เกิดเรื่องยาก เนื่องจากว่าการปรับตัวขึ้น–ลงของราคาคริปโทฯ เกิดเรื่องนอกจากปัจจัยเบื้องต้น ทั้งยังทรัพย์สินดิจิทัลมีการซื้อ–ขายทั่วทั้งโลก 1 วัน ถ้าหากเมืองไทยมีการนำหลักเกณฑ์ดังที่กล่าวมาแล้วมาใช้จะยิ่งเป็นการขวางจังหวะของนักลงทุน สำหรับที่ทำการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มีแนวความคิดที่จะแก้ไขหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้บริการแก่ลูกค้าของผู้จัดการเงินลงทุนทรัพย์สินดิจิทัลและก็ที่ปรึกษาทรัพย์สินดิจิทัลให้มีความกระจ่าง ตามความเห็นห้องประชุมคณะกรรมการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ครั้งที่ 15/2564 ตอนวันที่ 2 เดือนกันยายน 2564 ดังต่อไปนี้ บิทคอยน์ 1. ห้ามไม่ให้ผู้ประกอบการผู้จัดการเงินลงทุนทรัพย์สินดิจิทัลนำทรัพย์สินดิจิทัลของลูกค้าไปทำธุรกรรมอะไรก็แล้วแต่บนแพลตฟอร์ม DeFi แล้วก็ 2. ห้ามไม่ให้ที่ปรึกษาทรัพย์สินดิจิทัลให้คำปรึกษาแก่ลูกค้า หรือทำบทวิจารณ์เกี่ยวกับ DeFi เพื่อคุ้มครองปกป้องการชักนำให้ประชากรมาใช้บริการดังที่ได้กล่าวมาแล้วในวงกว้าง โดย คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้เผยแพร่เอกสารฟังข้อคิดเห็นในเรื่องดังที่กล่าวมาแล้วไว้ที่เว็บ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=772 ผู้ที่มีการเกี่ยวข้องแล้วก็ผู้พึงพอใจสามารถให้ความคิดเห็นถึงที่เหมาะเว็บ หรือทาง e-mail: kunpatu@sec.or.th kanokkan@sec.or.th และก็ chawannuch@sec.or.th จนกระทั่งวันที่ 7 เดือนมกราคม 2565 สำหรับสามัญชนที่พอใจทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์ม DeFi ควรศึกษาเรียนรู้ข้อมูลแผนการ DeFi ให้รอบด้าน ทั้งยังในทางเคล็ดวิธีด้านความปลอดภัย รวมทั้งกฎเกณฑ์ ข้อตกลง และก็ฟังก์ชันการทำงานต่างๆที่เขียนขึ้นบนระบบ และการเสี่ยงที่เกี่ยวโยง แล้วก็ถ้าหากเจอเค้าเงื่อนหรือความประพฤติไม่น่าไว้วางใจ สามารถแจ้งหรือร้องทุกข์ถึงที่กะไว้ ศูนย์บริการประชากร คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โทร 1207 หรือผ่านวิถีทางเฟซบุ๊กเพจ ที่ทำการ มายากลตำบล หรือ SEC Live Chat ที่เว็บ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ทำความรู้จัก Staking การลงทุนเพื่อสร้าง Passive income แบบใหม่

บิทคอยน์ : ทำความรู้จัก Staking การลงทุนเพื่อสร้าง Passive income แบบใหม่ เดี๋ยวนี้ช่องทางสำหรับในการลงทุน ได้แก่ การสั่งสม Bitcoin นับเป็นการลงทุนอีกแบบที่กำลังได้รับการให้ความสนใจ ทำให้พวกเราสามารถกระจัดกระจายการเสี่ยงได้อีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากการสะสม Bitcoin แล้ว ยังมีวิธีการออมเหรียญคริปโตในแบบอื่นก็น่าดึงดูดเป็นอย่างยิ่ง และก็ในวันนี้ จะพาไปรู้จักการ Staking ว่าสามารถทำเป็นเช่นไร และก็มีจุดเด่น–จุดบกพร่อง ยังไงให้ทุกคน ได้รู้กัน การ Staking เหรียญคริปโตเป็นยังไง ? การ Stake เหรียญปกติแล้วทีนี้คือการที่นักลงทุนคริปโตนำเอาเหรียญของพวกเขาไป “ล็อค” เก็บเอาไว้ภายในอัลกอริทื่อ consensus ที่เรียกว่า Proof-of-stake (PoS) ซึ่งส่วนมากแล้วโครงข่าย Blockchain ของเหรียญที่ใช้อัลกอริทื่อ PoS ดังที่กล่าวมาแล้วนี้จะอนุญาตให้นักลงทุนที่นำเหรียญเข้ามา Stake นั้นสามารถมีสิทธิ์สำหรับการร่วมโหวตแนวทางในการพัฒนาของเหรียญนั้นๆได้ (คล้ายกับการลงเงินเข้ามาในหุ้น และก็ผู้ร่วมลงทุนมีสิทธิ์ที่จะโหวตในห้องประชุมของบริษัท) แล้วก็ด้วยการที่นักลงทุนทำ stake เหรียญนั้นๆไว้ เหรียญดังที่ได้กล่าวมาแล้วก็จะถูกล็อคไว้ โอนออกไปไปไหนมิได้ และก็นักลงทุนที่ stake เหรียญนั้นๆก็จะได้เหรียญมากขึ้น เป็นรางวัลทดแทน หรือเรียกกล้วยๆว่า “เป็นกระบวนการตรวจที่พวกเราจ่ายเงินรับรองรวมทั้งมาเข้ามามีร่วมเป็นคนตรวจสอบโครงข่ายนั่นเอง” กรรมวิธีการเป็น ขั้นต้นพวกเราควรมีเหรียญหรือโทเค็นที่จะทำ Stake (Hybrid PoW & PoS ก็ได้) โดยการนำเหรียญของตนเองทำ Proof-of-stake (PoS) นั้นคุณสามารถเลือกทำเป็นหลายแนวทาง ยกตัวอย่างเช่น การเลือกฝากเหรียญในกระเป๋าเงิน Wallet หรือ Exchange ที่รองรับการ Stake, ร่วม Pool ที่รองรับกระบวนการทำ node, การผลิต Node ด้วยเหรียญของตนเองฯลฯ หากต้องการจะให้คำอธิบายศัพท์กล้วยๆของการ Staking ก็อาจจำเป็นต้องพูดว่าคล้ายกับการฝากเงินประจำของแบงค์หรือก็คือ การเก็บเหรียญไว้ภายใน Platform ต่างๆตามข้อตกลงของ Platform นั้นๆไม่ว่าจะเป็นบอร์ดแลก (Exchange) หรือกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet) ค่ายต่างๆซึ่งแต่ละ Platform ก็จะสร้างเงื่อนไขเพื่อเย้ายวนใจให้ชาวคริปโตพึงพอใจด้วยการมอบอัตราผลตอบแทน หรือ Reward ที่มีลักษณะไม่เหมือนกันออกไป การ Staking บางทีอาจไม่สร้างความมั่งมีให้นักลงทุนเพียงแค่เลวข้ามคืน แม้กระนั้นเป็นแนวทางที่ดีสำหรับเพื่อการสร้างรายได้แบบ Passive income ให้กับนักลงทุน การ Staking จะช่วยทำให้คุณสามารถสร้างรายได้จากการถือสิทธิ์สกุลเงินดิจิทัลในขณะนอน (แต่พวกเราจึงควรเรียนข้อแม้ของการ Staking ของแต่ละ Platformให้ถี่ถ้วนก่อนจัดการ) จุดเด่นของ Staking เหมาะสมกับคนที่พึ่งจะเริ่มเข้ามาทำความเข้าใจเข้ามาในโลกของ Cryptocurrency อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า คุณแทบไม่ต้องทำอะไรเลยเว้นเสียแต่ศึกษาเล่าเรียนข้อจำกัด และก็เนื้อหาสำหรับในการ Staking เนื่องจากว่าถ้าเกิดคุณอยากได้ทำเงินจากการเทรด คุณจะต้องมีประสบการณ์พอควร รวมทั้งมีการเสี่ยงที่สูงกว่า…

สิ่งที่จะช่วยให้คุณรู้จักคริปโทเคอร์เรนซี 7 กลุ่มหลัก ก่อนเลือกลงทุน

รู้จักคริปโทเคอร์เรนซี 7 กลุ่มหลัก ก่อนเลือกลงทุน นักลงทุนมือใหม่ที่พึ่งเริ่มลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ชอบงงงวยกับปริมาณทรัพย์สินที่มีให้เลือกมากไม่น้อยเลยทีเดียวที่ Bitkub ซึ่งมีให้เลือกกว่า 47 รายการ สงสัยกันไหม ว่าคริปโทเคอร์เรนซีแต่ละสกุลมีความไม่เหมือนกันยังไง ในเนื้อหานี้ พวกเราจะมาทำความรู้จักกับคริปโทเคอร์เรนซี 7 กรุ๊ปหลักที่ทุกคนสามารถใช้เป็นแถวทางในการเลือกลงทุนได้! 1. กรุ๊ปรักษาค่า (Store of Value) อย่างเช่น Bitcoin (BTC), Litecoin (LTC), Bitcoin Cash (BCH) จุดแข็งของเหรียญในกลุ่มนี้เป็นปริมาณเหรียญที่มีจำกัด โดยยิ่งไปกว่านั้น Bitcoin ที่มีปริมาณจำกัดเพียงแค่ 21 ล้านเหรียญ ประกอบกับโครงข่ายของ Bitcoin ที่ได้รับการยินยอมรับว่าโครงข่ายที่น่าไว้วางใจรวมทั้งไม่มีอันตรายที่สุดโครงข่ายหนึ่ง ทำให้นับวัน Bitcoin เริ่มมีสถานะใกล้เคียงกับ “ทอง” เข้าไปใหญ่ แม้กระนั้นเป็นทองดิจิทัลซึ่งสามารถซื้อสะสมได้ง่ายยิ่งกว่าทองจริงๆเสียอีก ราคาของเหรียญในกลุ่มนี้ขึ้นกับสิ่งที่ต้องการของตลาดและก็ข่าวต่างๆยิ่งกว่านั้น Bitcoin ยังเป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดในตอนนี้ การเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ก็เลยชอบนำมาซึ่งการทำให้เหรียญอื่นๆให้ขยับเขยื้อนไปในแนวทางเดียวกับ Bitcoin 2. กรุ๊ปคำสัญญาอัจฉริยะ (Smart contract) ดังเช่น Ethereum (ETH), Cardano…