JTS โชว์กำไร64 โต 400% ทุ่ม 3.3 ล้าน เพิ่มเครื่องขุดบิทคอยน์เป็น 8,100 เครื่อง

JTS กางแผนลงทุนปี 65 ทุ่ม 3.3 พันล้านบาท เพิ่มเครื่องขุดบิทคอยน์เป็น 8,100 เครื่อง ดันธุรกิจขึ้นชั้นผู้ประกอบธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์รายใหญ่สุดในไทย โชว์งบปี 64 กำไรสุทธิ 221 ล้านบาท เติบโต 400.82%
นายดุสิต ศรีสง่าโอฬาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ JTS แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่าบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 221.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 400.82% จากปี 2563 ที่มีกำไร 44.17 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 1,877.87 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 14.07% จากปี 2563 ประกอบด้วย

รายได้จากธุรกิจออกแบบ และวางระบบสื่อสารและโทรคมนาคม จํานวน 127.41ล้านบาท ลดลง 40.66%
รายได้จากธุรกิจให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม จํานวน 1,647.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.20% เนื่องจากจํานวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นและรายได้จากการให้บริการวงจรเช่าในประเทศ บริการวงจรเช่าส่วนบุคคลระหว่างประเทศ และรายได้จากการให้บริการอื่น
รายได้จากธุรกิจจัดหา ออกแบบและวางระบบคอมพิวเตอร์ จํานวน 52.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.85% เนื่องจากการขายระบบพิสูจน์ตัวตนของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ท
รายได้จากธุรกิจเหมืองขุด บิทคอยน์ จํานวน 9.591882 เหรียญบิทคอยน์ คิดเป็นจํานวนเงิน 16.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100%
กําไรจากอัตราแลกเปลี่ยน จํานวน 27.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100%
รายได้อื่น จํานวน 6.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.55 ล้านบาท หรือเพิ่ม 31.89%

เป้าหมายและแผนธุรกิจปี 65

JTS ระบุว่าในปี 2564 บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด หรือ JasTel ซึ่งเป็นบริษัทย่อยได้เข้าลงทุนในธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์ ซึ่งได้มีการอนุมัติการจัดซื้อเครื่องขุดบิทคอยน์ที่มีพลังประมวลผลสูงจำนวน 1,725 เครื่อง พร้อมระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อื่นๆ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนในธุรกิจนี้จำนวนทั้งสิ้น 437.31 ล้านบาท โดย ณ สิ้นปี 2564 มีจำนวนเครื่องขุดบิทคอยน์ที่ติดตั้งแล้วเสร็จจำนวน 315 เครื่อง ส่วนจำนวนเครื่องขุดบิทคอยน์ที่เหลือจะทยอยส่งมอบในปี 2565

สำหรับแผนการลงทุนในปี 2565 จะทำให้จำนวนเครื่องขุดของบริษัทรวมอยู่ที่ 8,100 เครื่อง โดยมีระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อื่นๆ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนประมาณ 3,300 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2565 ในวันที่ 22 ก.พ. 2565 เพื่อพิจารณาอนุมัติ การลงทุนเพิ่มเติมในปี 2565 ดังกล่าว จะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการขุดบิทคอยน์เพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้าน Terrahash/s ซึ่งจะทําให้กลุ่มบริษัทเป็นหนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์รายใหญ่สุดในประเทศไทย โดยจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และสร้างผลตอบแทนได้ในระยะยาว

ส่วนธุรกิจออกแบบและวางระบบสื่อสารและโทรคมนาคม ธุรกิจให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม และธุรกิจจัดหา ออกแบบและวางระบบคอมพิวเตอร์ ยังเป็นธุรกิจหลักที่ทางกลุ่มบริษัทตั้งเป้าหมายในการขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มขึ้น แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่เป็นนิติบุคคลขนาดใหญ่ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ท (Internet Service Provider) ฯลฯ

Related Posts