โลกมีการกำกับดูแลเงินสกุลดิจิทัลหรือไม่อย่างไร

โลกมีการกำกับดูแลเงินสกุลดิจิทัลหรือไม่อย่างไร

ในขณะที่เงินสกุลดิจิทัลมีอัตราการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง และมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบรุนแรง (disrupt) กับธุรกิจการเงินทั่วโลก ประเทศต่างๆ มีการออกนโยบายหรือมาตรการการกำกับที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ค่อนข้างเปิดกว้างยอมรับเงินสกุลดิจิทัล ค่อนข้างระมัดระวังหรืออยู่ระหว่างการออกกฎกติกาการกำกับดูแล ไปจนถึงปิดกั้นการมาถึงของเงินสกุลดิจิทัล โดยมีตัวอย่างที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

สวิสเซอร์แลนด์ มีท่าทีเปิดกว้างต่อเงินสกุลดิจิทัล โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนสมาคมเอกชนในชื่อ The Crypto Valley Association ที่ดำเนินการอยู่ในประเทศ และสวิสเซอร์แลนด์ดึงดูดสตาร์ทอัพที่ใช้เทคโนโลยีบล็อคเชนจากนอกประเทศเข้าไปทำธุรกิจ โดยรัฐบาลได้สั่งปิดบริษัทที่เข้าข่ายหลอกลวง และกำลังอยู่ระหว่างการออกแนวทางการกำกับดูแลเงินสกุลดิจิทัล โดยมีแนวโน้มที่จะเป็นการกำกับดูแลในทางส่งเสริม

สหรัฐอเมริกา มีท่าทีเปิดกว้างต่อเงินสกุลดิจิทัล โดยถือว่า เงินสกุลดิจิทัล เป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือหลักทรัพย์ แล้วแต่กฎหมายของแต่ละรัฐ ที่ต้องมีการเสียภาษี ส่วนกรณีของ ICO นั้น US Securities and Exchange Commission อันเป็นคณะกรรมการกำกับดูแลตลาดทุนของสหรัฐฯ พิจารณาให้เทียบเท่ากับการเสนอขายหุ้นใหม่ให้ประชาขน หรือที่เรียกว่า Initial Public Offering (IPO) นอกจากนี้ ในด้านการกำกับดูแล รัฐบาลมีการปิดบริษัทที่เข้าข่ายหลอกลวงไปแล้ว และอยู่ในระหว่างการหาแนวทางกำกับดูแลเงินสกุลดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยในเบื้องต้นมีแนวคิดว่าเงินสกุลดิจิทัลจะต้องได้รับการกำกับดูแลแบบเดียวกับเงินปกติ

ญี่ปุ่น เป็นผู้นำของโลกประเทศหนึ่งในเรื่องเงินสกุลดิจิทัล เงินสกุลดิจิทัลในญี่ปุ่นนั้นใช้ได้อย่างถูกกฎหมาย ตั้งแต่ 1 เมษายน ค.ศ. 2018 อย่างไรก็ตามนิติบุคคลต้องขอใบอนุญาต มีเงินสำรอง และถูกตรวจสอบ รวมถึงรายได้จากเงินสกุลดิจิทัลถือเป็นรายได้ของธุรกิจที่จะต้องเสียภาษี นอกจากนี้ Financial Service Agency อันเป็นองค์กรกำกับดูแลด้านการเงินของญี่ปุ่นมีการแจ้งเตือนเรื่องความเสี่ยงของการลงทุนในรูปแบบ ICO

จีน เป็นประเทศที่มีความย้อนแย้งในตัวเองสูง ในขณะที่ประเทศจีนมีนักลงทุนในเงินสกุลดิจิทัล และมีการซื้อขายเงินสกุลดิจิทัลมากที่สุดในโลกอีกประเทศหนึ่ง (มูลค่าซื้อขายประมาณ 50% ของโลกในปี ค.ศ. 2017) รัฐบาลจีนเองเพิ่งจะประกาศห้ามธุรกิจ ICO ห้ามการขุดเหมืองบิตคอยน์ และส่งสัญญาณลบมากต่อการแลกเปลี่ยนซื้อขายเงินสกุลดิจิทัลภายในประเทศ ทำให้เมื่อปลายปี ค.ศ. 2017 มูลค่าบิตคอยน์ตกลงรุนแรงรวดเดียวถึง 20% อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่ารัฐบาลจีนอาจจะใช้มาตรการนี้ชั่วคราวก่อนจะมีการออกแนวทางการกำกับดูแลเงินสกุลดิจิทัลที่ใช้จริง โดยก่อนหน้านี้ จีนมีแนวคิดในการสร้างเงินสกุลดิจิทัลของตัวเองที่เรียกว่า RMBCoin ด้วย

เวเนซูเอลา เป็นประเทศที่มีความพิเศษในตัวเอง ด้วยเวเนซูเอลาเป็นประเทศที่โดนคว่ำบาตรในโลกนำโดยสหรัฐฯ ทำให้เงินโบลิวาร์ของเวเนซูเอลาเองไม่มีค่าน่าเชื่อถือนัก รัฐบาลจึงพยายามหาวิธีใหม่เพื่อแก้ไขการโดนคว่ำบาตรด้วยการประกาศเงินสกุลดิจิทัลของตนเอง ที่มีการหนุนค่าด้วยน้ำมัน หรือที่เรียกกันว่า “the Petro” ซึ่งทำให้เวเนซูเอลาเป็นโมเดลที่น่าสนใจอย่างมากอีกโมเดลหนึ่งในเรื่องของการกำกับดูแลเงินสกุลดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพิ่งออกประกาศห้ามบริษัทและประชาชนของสหรัฐฯ ซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัลของเวเนซูเอลานี้

Related Posts